calendar
<< December >>
S
M
T
W
F
30
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
<< 2008>>
ตอนที่ 6 คลาด...กัน (1)
ตอนที่ 6 คลาด...กัน (1) แบงค์ไม่เห็นเล่าให้เราฟังบ้างเลย นุ้ยพูดเสียงอ้อน หลังจากที่รู้สึกว่าตัวเอง พูดแต่เรื่องตัวเองไปเยอะแล้ว แบงค์ทำหน้างง ก่อนจะถามว่า ให้เล่าเรื่องอะไรหละ มึงอยากรู้อะไรก็ถามมาละกัน ตอบได้ กูจะตอบ ตอบไม่ได้ กูก็ไม่ตอบ นุ้ยถึงกับทำหน้าเซ็ง โอเค งั้นรอนี่ ขอตัวขึ้นไปเอาลิสต์คำถามก่อนนะ พอดีจดไว้ยาวเป็นหางว่าวเลย นุ้ยทำท่าจะลุกขึ้น แต่แบงค์ก็ขว้ามือเอาไว้ก่อน นี่กะจะสัมภาษณ์กู เหมือนกูเป็นนักโทษเลย ใช่ป่ะ ได้ฟังแบงค์พูดแบบนี้ นุ้ยถึงกับหลุดขำออกมา 555 เราล้อเล่น ก็เห็นบอกว่าอยากรู้อะไรก็ให้ถาม พอดีเราอยากรู้เยอะด้วยซิ ก็คิดดู เราไม่เจอกันเป็นสิบปีเชียวนะ นุ้ยกำลังจะอ้าปากพูดต่อ แบงค์ก็พูดขัดจังหวะขึ้นมา เออ...พอแล้ว นั่งลง มีอะไรก็ว่ามา ตานุ้ยเป็นประกายขึ้นมาทันที แล้วคำถามแรกก็ถูกถามออกไป ทำไมตอนไป ไม่มาบอกกันสักคำหละ แบงค์ได้ฟังคำถามแรก ถึงกับนิ่งไปสักพักก่อนจะปรับท่านั่งให้พิงกับพนักพิงหลัง หน้ามองฟ้า และเล่าด้วยเสียงเรียบๆ คืนนั้น กูกลับไปถึงบ้าน พ่อกับแม่กูก็เตรียมข้าวของเสร็จสรรพ กูก็ไม่ได้เอะใจอะไร อาบน้ำเข้านอนตามปกติ เช้ามืด แม่มาปลุกกูให้ลุกไปนอนต่อในรถ กูก็งัวเงีย ไม่รู้เรื่องอะไร ก็ลุกไปนอนต่อในรถ พ่อกับแม่ก็ขนของขึ้นรถ กูมาตื่นอีกที ก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนแล้ว ถามแม่ว่าจะไปไหน แม่ก็ไม่ตอบ ถามพ่อ พ่อก็บอกให้กูเงียบๆ ตอนนั้นกูร้องลั่นรถเลย บอกกับแม่ว่าหนูจะกลับบ้าน หนูจะไม่ไปไหน หนูจะกลับไปเล่นกับนุ้ย หนูจะกลับบ้าน แบงค์เล่ามาถึงตอนนี้ นุ้ยถึงกับน้ำตาครอ กูร้องจนกูหลับไป มาตื่นอีกที ก็ตอนค่ำๆ พ่อกับแม่พากูไปไหว้ปู่กับย่า แล้วก็บอกกูว่าจะย้ายมาอยู่ที่บ้านปู่กับย่าที่กรุงเทพนะ กูร้องลั่นอีกรอบ ปู่กับย่าก็เข้ามาปลอบกูกันใหญ่ ย่าบอกกับกูว่า ที่ต้องรีบหนีกันมา เพราะพ่อไปสร้างหนี้ไว้เยอะ เจ้าหนี้เขามาทวง พ่อกับแม่เลยต้องรีบหนีมา ตอนนั้นกูไม่สน ไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น กูร้องทุกวัน จนแม่มาบอกกูว่า ถ้าพ่อเก็บเงินใช้หนี้ได้ แม่จะพากูกลับมาหามึง แบงค์หันมามองนุ้ยอีกครั้ง ปรากฏว่า นุ้ยนั่งร้องไห้ไปเสียแล้ว โหย ไรวะ กูเล่าแค่นิดเดียว ร้องเสียและ งั้นกูไม่เล่าแล้วนะ นุ้ยถึงกับรีบปาดน้ำตา เล่าต่อซิ นะๆ สัญญาว่าจะไม่ร้องแล้ว แบงค์หันกลับไปมองขึ้นฟ้าก่อนจะเล่าให้ฟังต่อ กูก็ถามพ่อกับแม่กูทุกวันว่าเมื่อไหร่จะเก็บตังได้ครบ พ่อกูคงคิดว่ากูคิดแบบเด็กๆ เขาก็ไม่ได้ตอบอะไร แม่ก็บอกให้กูตั้งใจเรียน จะได้รีบจบมาทำงานใช้หนี้ กูก็ซื่อ เชื่อแม่สนิทใจ มึงก็รู้ใช่มะว่ากูนะคนซื่อ แม่บอกแบบนั้นกูก็ตั้งใจเรียน ปีแรกผ่านไป กูก็ไม่ลืม กลับไปถามแม่อีกว่าเก็บเงินได้ครบยัง แม่กูก็เหมือนตอบผ่านๆว่า ใกล้แล้วอีกนิดเดียว แล้วแม่กูก็ให้ความหวังกูอีกว่า ถ้ากูสอบได้ที่ 1 แม่จะพากูกลับไปเยี่ยมมึง กูก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียน มึงคิดดู แต่ไหนแต่ไรกูสอบได้ที่เกือบสุดท้ายของห้อง แล้วนี่กูต้องขยันเรียน เพื่อพิชิตที่ 1 ให้ได้ แล้วผลสุดท้ายออกมาเป็นไงรู้มะนุ้ยไม่ตอบอะไร แต่ส่ายหน้าเบาๆ เพื่อบอกให้แบงค์รู้คำตอบ กูได้ที่ 2 กูร้องลั่นห้องเรียนเลยมึง กูบอกครูว่ากูจะเอาที่ 1 เพราะแม่สัญญาว่าถ้าได้ที่ 1 จะพากูไปหามึง แล้วครูก็ปลอบกูว่าเทอมหน้าเอาใหม่ กูก็เชื่อครู แต่เหมือนสวรรค์แกล้งกู ป.4-ป.6 กูสอบได้ที่ 2 ตลอด จนจบ ป.6 แม่กูสงสารกู เลยบอกว่าจะแอบพากูมาเยี่ยมมึง นุ้ยถึงกับทำหน้าตาไม่เชื่อ ก็ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา นุ้ยไม่เคยเจอแบงค์เลยสักครั้ง แบงค์มาตอนไหน เราไม่เคยเจอแบงค์เลยนะ ในตลอดช่วงเวลา 10 ปีมานี้ แบงค์ได้ฟังแบบนั้นก็อดที่ถอนหายใจยาวๆไม่ได้ กูไปหามึงมาจริงๆ มึงลองคิดดูซิ ว่าช่วงปิดเทอม 2 ตอนมึงอยู่ ป.5 มึงไปไหนหรือเปล่า นุ้ยพยายามคิดย้อนกลับไปช่วงเวลานั้น อ้อ...ใช่ เราไปเยี่ยม ยายกับตาที่สงขลา หา!... ไม่จริงใช่ไหม นุ้ยถึงกับทำหน้าเสียดาย เออ...คงเป็นช่วงนั้นแหละ เพราะกูกับแม่ไปบ้านมึงแล้วไม่เจอใครเลย กูนั่งเฝ้าอยู่หน้าบ้านตั้งแต่เช้าจนค่ำ ก็ไม่เจอใคร กูกับแม่เลยต้องไปอาศัยวัดนอน วันต่อมากูมารอมึงอีกก็ไม่เจอ จนแม่กูไม่สบาย กูกับแม่เลยต้องกลับกรุงเทพกัน เราขอโทษนะ... นุ้ยทำอะไรไม่ได้มากนอกจากจะพูดข้อความสั้นๆที่สื่อออกมาจากใจจริงๆ
Comments